ต้องอีกกี่ครั้งถึงจะทำได้สำเร็จ กับเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย

ต้องอีกกี่ครั้งถึงจะทำได้สำเร็จ

ปีนี้ 2560 ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้อีกครั้งหนึ่งว่า ภาคใต้ประเทศไทยน้ำท่วมรุนแรงมาก ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธฯ ประกาศชัดเจนว่า ต้องถอดบทเรียนวิธีการทำงานทั้งหมดจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ม.ล.อัจฉราพร สุขสวัสดิ์​
ม.ล.อัจฉราพร สุขสวัสดิ์​

เผยแพร่: 16 ม.ค. 2560

แชร์บทความนี้
ม.ล.อัจฉราพร สุขสวัสดิ์​
ม.ล.อัจฉราพร สุขสวัสดิ์​

เผยแพร่: 16 ม.ค. 2560

แชร์บทความนี้

ขอฝากท่านนายกลุงตู่ เพื่อนำไปต่อยอดจากเหตุการณ์ในภาวะวิกฤต ในการจัดการการสื่อสารถึงประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบันรัฐบาลก็ยังใช้โครงสร้างของการสื่อสารแบบคลาสสิก คือใช้ช่องทาง TV ของรัฐบาลส่วนกลาง TV เครือข่ายภูมิภาค รวมทั้งใช้วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทั้งจากส่วนกลางและในภูมิภาค ฯลฯ สื่อสารกับประชาชน พร้อมกันนั้น ยังมีกระบวนการสื่อสารจากกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำท่วม ซึ่งทุกกระทรวงต่างก็มีสายด่วนของตนเอง มีศูนย์ทุกอย่างของตนเอง มีทีมของตนเอง รับเรื่องร้องเรียนของตนเอง ต่างคนต่างแก้ปัญหาของตนเอง ต่างคนต่างสื่อสารกัน ต่างคนต่างลงพื้นที่ ตรงนี้น่าจะดี แต่ยุ่งค่ะ…
เพราะขาดศูนย์กลางการทำงาน ผู้บริหารระดับสูงสุดไม่สามารถเห็นภาพรวมของการจัดการในภาวะวิกฤตที่ชัดเจนได้ จึงไม่มีข้อมูลที่จะสื่อสารเป็นภาพรวมว่า มีจุดใดที่เป็นปัญหา จุดใดต้องการความช่วยเหลือ จุดใดได้รับความช่วยเหลือมากเกินไป จุดใดไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย จิตอาสาก็ไม่รู้จะเข้าไปช่วยตรงไหนก็ไปแต่ที่ซ้ำๆ คนได้ก็ได้ คนไม่ได้ก็ยังไม่ได้อยู่
เพราะปัญหาการสื่อสารในภาวะวิกฤตอย่างมืออาชีพนั้นต้องมีเอกภาพ เวลาทำงานจะไม่มั่ว โดยต้องจัดทำคู่มือทำงานต้นแบบไว้ก่อน สงสัยว่าทุกรัฐบาลมีการจัดทำคู่มือปฏิบัติการการสื่อสารในภาวะวิกฤตต้นแบบไว้บ้างหรือไม่ เพราะพอมีปัญหาขึ้นมาก็จะต้องปั่นป่วนกันอยู่พักหนึ่ง กว่าจะลงตัว หรือ ตั้งตัวได้ มืออาชีพต้องไม่เป็นอย่างนี้ค่ะ เรื่องนี้มีรายละเอียดไปไกลและมีบทแทรกอยู่มาก อย่างกรณีสึนามิที่ภูเก็ตนั้น เราเสียหายกันมากมาย อย่างที่หลายคนบอกว่ามันไม่มีทางรับมือได้ ไม่จริงค่ะ…
ผู้เขียนมีลูกชายเคยเรียนที่โรงเรียนนานาชาติดัลลิชภูเก็ต กระทรวงศึกษาไทยทราบไหมคะว่า ในตำราเรียนของดัลลิชนั้น เขาสอนให้เด็กรู้จักคลื่นสึนามิ เพราะโรงเรียนอยู่ที่ภูเก็ต ใกล้ทะเล อยู่บนรอยต่อของเปลือกโลก ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว เขาให้นักเรียนรู้จักประเทศไทยตามความเป็นจริง และในเหตุการณ์ครั้งนั้น เด็กผู้หญิงฝรั่งคนหนึ่งตะโกนให้คนวิ่งหนีสึนามิ จนเธอได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพธิดาที่ช่วยชีวิตคนส่วนหนึ่ง ที่ถูกสึนามิโจมตีครั้งนั้นไว้ แต่เด็กไทยเราที่ภูเก็ตมีสึนามิในตำราเรียนหรือเปล่าก็ไม่ทราบ คนที่ภูเก็ต พังงา ตายไปเยอะ เพราะไม่รู้จักสึนามิทั้ง ๆ ที่เราอยู่บนรอยต่อของเปลือกโลก
หลังจากภัยพิบัติสึนามิ เราติดตั้งเครื่องเตือนภัยสึนามิ และทำสัญลักษณ์การหนีไว้มากมายเพื่อให้โลกรู้ แต่วันนี้มีการตรวจสอบต่อเนื่องหรือไม่ว่า มันใช้ได้ทั้งหมดหรือเปล่า และเราฝึกซ้อมกันมาแล้วกี่หน… พื้นที่ที่ มีพายุเข้าบ่อยอย่างเมืองใกล้ทะเลของญี่ปุ่นนั้น มีการเตรียมการรับมือสึนามิชัดเจนมาก แม้จะต้องสูญเสียเมื่อเกิดเหตุ แต่ก็ช่วยให้คนรอดชีวิตได้ไม่น้อย ตอนผู้เขียนไปโอกินาวา ยังได้ยินเขาเปิดสัญญาณเตือนภัยฝึกซ้อมรับภัยสึนามิ โอกินาวาโดนใต้ฝุ่นปีละหลายลูก ประชาชนได้รับการสื่อสารที่รู้ว่าพายุจะเข้าระดับ 1 2 3 4 พวกเขารู้ว่าต้องทำอย่างไร
ในการทำงานของสื่อภาครัฐในกรณีน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ บอกตรง ๆ ค่ะว่า คงต้องกลับมาวางแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤตอย่างจริงจัง ถ้าจะดูแต่ละหน่วยงาน ทุกหน่วย ต่างก็ทำงานมีหลักฐานในการทำงานกันทั้งหมด ว่าได้ทำงานไปแล้วครบถ้วน ทำเต็มที่เท่าที่ทุกคนจะทุ่มเทได้ ก็ต้องแสดงว่าไม่ได้บกพร่อง เอ… ทำงานกันครบทุกหน่วยงาน แต่ทำไมกลับเอาไม่อยู่คะ? การทำงานในลักษณะที่มีประสิทธิภาพแต่ไม่เกิดประสิทธิผลอย่างนี้ เพราะเป็นกระบวนการสื่อสารแบบ Multi-Layers มันอาจจะต้อง “เปลี่ยน” หรือยกเครื่องใหม่กันแล้ว เพราะนั่นเป็นการสื่อสารในภาวะปกติ ไม่ใช่วิธีการสื่อสารในภาวะวิกฤต
โชคดีที่เรามีสื่อต่าง ๆ ลงพื้นที่กันหมด TV และวิทยุออกข่าวทุกชั่วโมง ส่วน Social Media ช่วยรัฐบาลให้ข่าวจากพื้นที่หลายจุด หน่วยช่วยเหลือที่มาจากกองทัพ ฯ นั้นมาเยียวยาได้อย่างน่าประทับใจ Social Media ยังเป็นการสื่อสารสาธารณะสำคัญ ที่ช่วยลดการสูญเสียได้มาก และทำให้เกิดกลุ่มจิตอาสาช่วยเหลือมากมายในหลายพื้นที่รวดเร็ว ท่านผู้บริหาร กระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายขา… เอล นีโญ่ กับ ลา นินญ่า ยังไม่ไปไหนค่ะ ภัยพิบัติทั้งธรรมชาติอื่น ๆ และอุบัติภัยต่างๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้เราจะไม่อยากให้เกิด แต่ถ้าจำเป็นต้องเผชิญ เราต้องเผชิญแบบมีหลักเพื่อให้ทุกคนสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้เขียนทำงานการสื่อสารในภาวะวิกฤตจริงมากว่า 40 ปี และให้ความสนใจในเรื่องนี้มาก่อน ได้ทำวิจัยเชิงวิชาการที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬา ฯ ได้เข้าไปศึกษาการสื่อสารในภาวะวิกฤต และศึกษางานฟื้นฟูพื้นที่ของ EXXON กรณีน้ำมันรั่วที่อเมริกาเหนือ ในการทำงานจริง ก็เจอทั้งกรณีเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ กรณีปิดสนามบิน สึนามิ น้ำมันรั่ว… เพียบค่ะ จากนั้นได้เป็นที่ปรึกษารวมถึงลงมือเขียนแผน และฝึกซ้อมการสื่อสารในภาวะวิกฤตให้หลายองค์กร ทั้งในและต่างประเทศ อยากขอร้องรัฐบาลนี้(ถ้าไม่ใช่รัฐบาลลุงตู่น่าจะทำลำบาก)ไว้เลยว่า ถึงเวลาที่รัฐต้องทำโครงสร้างการสื่อสารในภาวะวิกฤตใหม่ ชนิดถอนราก ต้องทำใหม่หมดค่ะ …
องค์กรที่ให้ความสำคัญเรื่องการสื่อสารในภาวะวิกฤตนั้น นอกจากเขาวางแผนรับมือกันแล้ว เขายังซ้อมและประเมินผลกันประจำทุกปี เพราะเราต้องพร้อมในการสู้กับอุบัติภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องสร้างความเชื่อมั่นไว้ล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่เราจะต้องรออีกกี่ครั้งจึงจะทำได้สำเร็จคะ ?